จึงมุ่งสู่พุทธภูมิ#คำทำนายจากพระพุทธเจ้า
ผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้ว มีอาการขณะที่จิต เข้าสู่การเป็นโสดามรรคและโสดาผล เป็นฉไน
(1/23) > >>
the suffering:
ทราบมาจากคำตอบของหลวงพ่อปราโมทย์ที่มีผู้ถามว่า
พระโสดา ดูอย่างไร
ท่านตอบว่า เป็นอาการชั่วขณะจิตเดียว
และเมื่อได้โสดามรรค จะได้โสดาผลติดตามมาทันที
แล้วต้องการทราบว่า อาการชั่วขณะจิตเดียว คืออาการอย่างไร ???
ขอคำตอบจากผู้ที่ปฏิบัติได้ด้วยตนเอง มิใช่ ทฤษฎี จากตำรา
AVATAR:
เป็นคำถามที่ตอบยากพอสมควรนะครับ...เพราะท่านจะเอาคำตอบจากผู้ปฏิบัติได้ด้วยตนเอง...
เรื่องการได้บรรลุธรรมในชั้นต่างๆนั้น...การเกิดมรรคผลตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์นั้น
จะบังเกิดมรรคผลเป็นลำดับไป...บางท่านเกิดมรรคผลทั้งสี่ ในระยะเวลาอันมาก หรือบางท่านอาจเกิดมรรคผลทั้งสี่จนเป็นพระอรหันต์ในชั่วอึดใจ...(อาจจะช้าไปด้วยซ้ำ)
เรื่องการบรรลุมรรคผลในชั้นต่างๆนั้น...ต้องเข้าใจก่อนว่า...เกิดขึ้นได้ เกิดขึ้นแล้วกับตนเอง...บางท่านอธิบายให้คนอื่นฟังไม่ได้ แม้แต่พระอริยะบางองค์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ยกตัวอย่างเช่น พระปัจเจกพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ชอบได้ด้วยตัวเองแล้ว...แต่ไม่ถ่ายทอดต่อหรือไม่อธิบายให้ใครฟัง...นั้นเนื่องด้วยหลายปัจจัย
ถ้าเป็นพระด้วยแล้วการจะพูดเรื่องนี้โดยที่ตนเองนั้นยังไม่บรรลุนั้นเป็นปารชิกข้อที่๑ เลยทีเดียว คือ อวดอุตริมนุสสธรรม ต้องขาดจากความเป็นบรรชิตทันที พระพุทธเจ้าทรงห้ามไว้ ด้วยมีเหตุหลายอย่างครับ อันไม่เป็นผลดี...
ทีนี้ที่คนจะตอบคำถามนั้นจึงยากและอาจไม่มีผู้ที่จะตอบ...เพราะถ้าท่านใดที่ผ่านมาแล้วจะทราบดีด้วยตนเองและเห็นว่าไม่จำเป็นจะต้องรับรองใครแต่ประการใด
ถ้าท่านสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางที่ดีให้ท่านสอบถามหลวงพ่อปราโมทย์โดยตรงจะดีกว่า...เพราะผมเชื่อว่าท่านจะเชื่อในคำพูดของท่าน...คนอื่นๆว่าไปคงเท่านั้นแหละนะครับ
แต่ถ้าให้ผมตอบตามแนวทางนี้ ผมคงตอบได้บ้าง...ผิดหรือถูกประการใดโปรดพิจารณาด้วยตนเองครับ
------อาการชั่วขณะจิตเดียวคืออาการอย่างไร...?
อาการนี้คือลักษณะในการที่มีสติตั้งมั่น และ มีสัมมาสมาธิ(วิปัสสนาญาณ) เมื่อนั้นมรรคทุกองค์จะรวมประชุมลงเป็นหนึ่งเดียว ตัดสังโยชน์(๓ ตัวแรก)ให้ขาดสะบั้นลงไป ในขณะจิตนั้นนั่นเองคือโสดาปฏิมรรค และจะรู้ได้ด้วยตนเอง เมื่อถอยออกมาทบทวนสภาวะที่เกิดขึ้น เพื่อรู้แจ้งในมรรคขั้นต้น (หรือแหวกกิเลสออกมาครั้งแรกพอจะเห็นนิพพานบ้างแล้ว) เมื่อรู้แจ้งอย่างนี้แล้ว ก็คือโสดาปฏิผล ที่ติดตามมาทันทีนั่นเอง
บางท่านขณะจิตตัดสังโยชน์ได้ โลกธาตุ อาจสั่นไหว(ภายในจิตตนเอง) บางท่านอาจน้ำตาร่วงออกมาเอง โดยไม่รู้ตัว บางท่านอาจสะอื้นไห้ ในปัญญาที่รู้ความจริงของธรรม มีแต่ความสลดสังเวชในตนเอง แต่สังเกตจากเท่าที่ได้ทราบมายังไม่มีแม้ผู้ใดเมื่อถึงจังหวะนี้จะหัวเราะออกมาดังๆ
เก่งที่สุดต่อมาคงเป็นแค่ยิ้มเล็กน้อยเท่านั้นเอง...เมื่อรู้ทันกิเลสทั้งปวงบ้างแล้ว...ไม่ใช่มาหลอกกันตลอดกัป ให้วนเวียนอยู่แต่ในวัฏฏสงสารนี้ และเห็นทางแห่งการหลุดพ้นแล้วอย่างแจ่มแจ้ง...แต่ต้องดำเนินต่อไปอีกครับ...นี่แค่ก้าวแรก
พอเข้าใจไหมครับผมคงตอบได้แค่นี้ก่อน...แต่ไม่เป็นไรครับ...บางเรื่องยังไม่รู้แจ้งด้วยตนเอง ใครอธิบายให้ตายก็ยังไม่เข้าใจหรอกครับ...ต้องผ่านและทราบด้วยตนเองครับ ตอนนั้นแค่สบตากันก็รู้แล้วครับ ไม่ต้องพูดมาก
มีคำตอบของท่านพระอาจารย์ปราโมทย์อยู่ด้วยนะครับในเว็บ kammatan นี้แหละครับ...เรื่องปัญหาในการตรวจสอบตนเอง
ท่านเขียนไว้เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วตอนที่ท่านเป็นฆราวาสอยู่ น่าจะอธิบายได้ดีกว่าผมครับ ตามลิ้งค์นี้
http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=530.0
the suffering:
เว็บ นี้
ผู้รู้มาก มีมากจริงๆ ;D
golfreeze:
อืม คำตอบทั้งของหลวงพ่อปราโมทย์ เอง หรือท่าน AVATAR ก็ดี ผมผู้ปัญญาน้อย ขอเล่าสู่กันฟังดูน่ะครับ
ถ้าเราปฏิบัติเอง ก็พยายามตรวจสอบ จากสภาวะที่เกิดขึ้น กับตัวเองดูได้ครับ ว่าอย่างที่ ช่วง กิเลสกำลังจะไหลเข้ามาสู่ใจ หรือ
ไหลเข้ามาสู่ใจแล้ว นั้น มีความเป็นเราอยู่ในสถาวะ นั้น หรือไม่ พิจารณาว่าสภาวะนั้น เป็นเราหรือไม่
หรือช่วงที่ปฏิบัตินั้น มีความสงสัยว่า เอ้ย สิ่งที่เราปฏิบัติอยู่นั้น มาถูกทางแล้วหรอ ทำอย่างนี้ จะดีไหม
ต้องไปบนที่นั่นที่นี่ หรือเปล่า ต้องปฏิบัติแบบนี้ จะเจริญไหม ถ้ายังมีเหตุการณ์อย่างนี้อยู่ ก็ลองสอบถาม พระอาจารย์ ที่เชื่อถือได้
หรือพระอาจารย์ปราโมทย์ หรือผู้รู้ ที่เคยผ่านสภาวะ อย่างนี้มาแล้ว ดูก็ได้ครับ
the suffering:
อ่าน เรื่องนิพพานจากครูอาจารย์ แล้ว
ยังไม่ทราบว่า สรุปเป็นอย่างไร ???
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น