เราจะทุกข์ทำไมคนโง่เท่านั้นที่ทุกข์#การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ#ทาง...//set timer1 toggle at xHz TCCR1A = 0;// set entire TCCR1A register to 0 TCCR1B = 0;// same for TCCR1B TCNT1 = 0;//initialize counter value to 0 ICR1 = 1 ; // set TOP OCR1A = 0 ; // set duty cycle TCCR1A |= ( 1 << COM1A1 ) | (1 << WGM11) ; // wg mode 14 TCCR1B |= (1 << WGM12) | (1 << WGM13); // prescaler 1 TCCR1B |= (1 << CS10) ;

#มรณสัญญาอันภิกษุเจริญแล้วกระทำให้มากย่อมมีผลมาก#มีอานิสงส์มากหยั่งลงสู่อมตะมีอมตะเป็นที่สุด#สัตว์ถือปฏิสนธิครั้งแรกอยู่ในครรภ์ตลอดคืนหนึ่งดำเนินไปไม่หวนกลับ#เหมือนเมฆหมอกที่ตั้งขึ้นแล้วลอยผ่านไป#นรชนทั้งหลายประกอบพร้อมด้วยกำลังพลสู้รบอยู่ในสงครามจะไม่แก่ไม่ตายก็หาไม่#เพราะว่าสัตว์มีชีวิตนั้นล้วนถูกชาติและชราเบียดเบียนเพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม//set timer1 toggle at xHz TCCR1A = 0;// set entire TCCR1A register to 0 TCCR1B = 0;// same for TCCR1B TCNT1 = 0;//initialize counter value to 0 ICR1 = 1 ; // set TOP OCR1A = 0 ; // set duty cycle TCCR1A |= ( 1 << COM1A1 ) | (1 << WGM11) ; // wg mode 14 TCCR1B |= (1 << WGM12) | (1 << WGM13); // prescaler 1 TCCR1B |= (1 << CS10) ;
พระราชาผู้เป็นใหญ่แห่งแคว้น ทรงข่มขี่ราชาศัตรูผู้มีเสนาประกอบด้วยองค์ ๔ มีรูปร่างน่าสะพรึงกลัว เอาชนะได้ แต่ไม่สามารถเอาชนะเสนาแห่งพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม พระราชาบางพวกแวดล้อมด้วยกองทัพช้าง กองทัพม้า กองทัพรถ กองทัพพลเดินเท้า ย่อมพ้นจากเงื้อมมือของปัจจามิตรได้ แต่ไม่อาจทรงพ้นจากพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม พระราชาทั้งหลายผู้ทรงกล้าหาญ ทรงหักค่ายทำลายนคร กำจัดมหาชนได้ด้วยกองทัพช้าง กองทัพม้า กองทัพรถ กองทัพพลเดินเท้า แต่ไม่อาจจะทรงหักรานพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม ช้างทั้งหลายที่กำลังตกมัน มีมันไหลเยิ้ม ย่อมย่ำยีบ้านเมือง เข่นฆ่าประชาชนได้ แต่ไม่อาจย่ำยีพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม นายขมังธนูทั้งหลายผู้มีฝีมือฝึกปรือดีแล้ว เป็นผู้กล้าหาญ สามารถยิงไปได้ไกล แม่นยำไม่ผิดพลาด แต่ไม่อาจจะยิงพญามัจจุราชได้ เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม สระทั้งหลายย่อมเสื่อมสิ้นไป พื้นปฐพีพร้อมทั้งราวป่าก็หมดสิ้นไป ถึงทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตลอดกาลนานเข้าก็เสื่อมสิ้นไป เพราะสังขารทั้งหลายย่อมแตกสลายไปตามกาลกำหนด เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม แท้จริงชีวิตของเหล่าสัตว์ทั้งปวงทั้งหญิงชายในโลกนี้ มีสภาพหวั่นไหว ปั่นป่วน เหมือนแผ่นผ้าของนักเลง เหมือนต้นไม้ที่เกิดใกล้ฝั่ง เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม ทั้งคนหนุ่ม ทั้งคนแก่ ทั้งหญิง ทั้งชาย ทั้งบัณเฑาะก์ ย่อมมีกายแตกทำลายไปเหมือนผลไม้หล่นจากต้น เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงมีความคิดว่าจะประพฤติธรรม
@user-xb1me1xu1j
#พระโสดาบัน #พระสกิทาคามี #พระอนาคามี #พระอรหันต์#ค้นหาหัวข้อธรรม#ละความชั่วทั้งปวง #ทำแต่ความดี #ทำจิตใจให้ใสบริสุทธิ์#ผลสมาบัติวิถี#การเข้าผลสมาบัติ#เป็นการเข้าอยู่ในอารมณ์#พระนิพพาน #ที่ได้มาจากอริยผลญาณ #อันบังเกิดแล้วแก่ตน #เพื่อเสวยโลกุตตรสุข #ซึ่งเป็นความสงบสุขที่พึงเห็นประจักษ์ได้ในปัจจุบัน#พระนิพพานที่เป็นอารมณ์ของผลสมาบัตินั้นมีชื่อ ๓ ชื่อหรือมี ๓ อาการคือ#อนิมิตตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่เที่ยง อันปราศจากนิมิตเครื่องหมาย คือ อนิจจัง โดยบุญญาธิการแต่ปางก่อน แรงด้วยสีล เมื่อเข้าผลสมาบัติก็คงมีอนิมิตตนิพพาน เป็นอารมณ์ ๒. #อัปปณิหิตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ทนอยู่ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนแปรไป อันหาเป็น ปณิธิ ที่ตั้งไม่ได้ คือทุกขัง โดยบุญญาธิ การแต่ปางก่อนแรงด้วยสมาธิ เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี อัปปณิหิตนิพพาน เป็น อารมณ์ ๓. #สุญญตนิพพาน หมายถึงว่า ผู้ที่ก้าวขึ้นสู่มัคคผลนั้น เพราะเห็นความ ไม่ใช่ตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้ อันเป็นความว่างเปล่า คืออนัตตา โดยบุญญาธิการ แต่ปางก่อนแรงด้วยปัญญา เมื่อเข้าผลสมาบัติ ก็คงมี สุญญตนิพพาน เป็นอารมณ์ บุคคลที่เข้าผลสมาบัติได้ต้องเป็นพระอริยบุคคล คือเป็น พระโสดาบัน พระ สกทาคามี พระอนาคามี หรือ พระอรหันต์ ส่วนปุถุชนจะเข้าผลสมาบัติไม่ได้เลย เป็นอันขาด พระอริยเจ้าที่จะเข้าผลสมาบัติ ก็เข้าได้เฉพาะอริยผลที่ตนได้ ที่ตนถึงครั้ง สุดท้ายเท่านั้น แม้อริยผลที่ตนได้และผ่านพ้นมาแล้วก็ไม่สามารถจะเข้าได้ กล่าวคือ พระโสดาบัน ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ โสดาปัตติผล พระสกทาคามี ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ สกทาคามีผล เท่านั้น จะเข้าโสดา ปัตติผล ซึ่งถึงแม้ว่าตนจะเคยได้เคยผ่านเคยพ้นมาแล้ว ก็หาได้ไม่ พระอนาคามี ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่เฉพาะ อนาคามีผล พระอรหันต์ ก็เข้าผลสมาบัติได้แต่ อรหัตตผลโดยเฉพาะเช่นกัน พระอริยบุคคล ผู้จะเข้าผลสมาบัติ กิจเบื้องต้นก็จะต้องตั้งความปรารถนาว่า จะเข้าผลสมาบัติเป็นเวลา .... (ตามความประสงค์ที่จะเข้าอยู่สักกี่ชั่วโมง หรือกี่วัน) ขอให้ผลจิตที่เคยปรากฏมาแล้วนั้น จงบังเกิดขึ้นตามความปรารถนานี้เถิด ขณะที่ตั้งความปรารถนา(อธิษฐาน) นี้ กามจิตอันเป็นมหากุสลญาณสัมปยุตต สำหรับพระอริยเบื้องต่ำ ๓ หรือ กามจิตอันเป็นมหากิริยาญาณสัมปยุตต สำหรับ พระอรหันต์ก็เกิด มีวิถีจิตซึ่งเรียกว่า อธิฏฐานวิถี ดังนี้ น ท มโน ช ช ช ช ช ช ช ต่อจากอธิฏฐานวิถี ก็เจริญวิปัสสนาภาวนา มีไตรลักษณ์แห่งรูปนามเป็น อารมณ์ เริ่มแต่อุทยัพพยญาณเป็นต้นไป ผลจิตก็จะเกิด วิถีจิตนี้ชื่อว่า ผลสมา บัติวิถี มีวิถีดังนี้ น ท มโน อนุโลม อนุโลม อนุโลม อนุโลม ผล ผล ผล ฯลฯ ฯลฯ อนุโลม ๔ ขณะ สำหรับมันทบุคคล หรืออนุโลม ๓ ขณะ สำหรับติกขบุคคล ต่อจากอนุโลม ผลจิตก็เกิดเรื่อยไปเป็นจำนวนมากมาย ไม่สามารถที่จะประมาณได้ จนครบกำหนดเวลาที่ตนปรารถนาไว้ ผลจิตจึงจะหยุดเกิด แล้วก็เป็นภวังคจิตต่อไป ตามปกติ อนึ่ง จิตในผลสมาบัติวิถีนี้ ไม่เรียกว่า บริกรรม อุปจาระ อนุโลม โคตรภู เหมือนอย่างในมัคควิถี แต่เรียก อนุโลมอย่างเดียวทั้ง ๔ ขณะ เพราะผลสมาบัติวิถี นี้ ไม่ได้ทำการประหารกิเลส เหมือนอย่างในมัคควิถี เป็นแต่จิต ๔ ดวงนี้เกิดขึ้น เพื่ออนุโลมให้จิตถึงพระนิพพาน หรือให้แนบแน่นในอารมณ์พระนิพพาน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิมุตติความหลุดพ้น#ทางข้ามภพ#ทางบรรลุมรรคผล

การเตรียมพร้อม#แนวทางบรรลุธรรม

พระสารีบุตรพระอัครสาวกกราบทูลลาเข้าปรินิพพาน